บทที่ 8 บีบบังคับ(2)

“มีอะไรจะพูดกับน้าเหรอคะ ปกติเห็นคุณคิเกลียดขี้หน้าน้าจะตาย”

ทันทีที่ก้าวเท้าถึงศาลา โสภาพรรณก็หันไปเผชิญหน้ากับลูกเลี้ยง และเอ่ยถามตรง ๆ แบบไม่อ้อมค้อม รอยยิ้มจอมปลอมที่เคยประดับอยู่บนใบหน้าเมื่อครู่จางหายไป เหลือเพียงความระแวดระวัง

“จะเวลาปกติหรือไม่ปกติ... ผมก็เกลียดหน้าคุณอยู่ดี เกลียดจนไม่อยากจะใช้อากาศหายใจร่วมกัน”

อคิระสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขายังคงเย็นชา และเต็มไปด้วยความขยะแขยงอย่างซ่อนไว้ไม่อยู่ ชายหนุมล้วงม อเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ ก่อนจะหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งออกมาแล้วยื่นไปให้แม่เลี้ยง

“รวมถึงผู้หญิงคนนี้ด้วย...”

โสภาพรรณขมวดคิ้วด้วยความสงสัย พอรับรูปถ่ายมาดูดวงตาก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ มือเหี่ยวย่นสั่นเทาขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ได้แต่กลืนน้ำลายเหนียว ๆ ลงคออย่างยากลำบาก แล้วปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด

“เอารูปผู้หญิงคนนี้มาให้น้าดูทำไมคะ เขาเป็นคู๋กรณ๊ที่ขับรพชนหนูตรีเสียชีวิตไม่ใช่เหรอคะ น้าไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวสักหน่อย ทำไมคุณคินต้องเอามาให้น้าดูด้วยล่ะคะ หรือว่าจะให้หน้าช่วยหาทนายความเก่ง ๆ มาฟ้องร้องผู้หญิงคนนี้ น้าจักการให้ได้นะคะ”

“ฮึ ๆ”

อคิระแค่นหัวเราะผ่านลำคอ มันเป็นเสียงหัวเราะที่เยาะเย้ย และบาดลึกเข้าไปถึงกระดูก ชายหนุ่มก้าวเข้าไปประชิดตัวโสภาพรรณ แววตาคมจ้องลึกไปในดวงตาของอีกฝ่าย

“ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวงั้นเหรอ เก่งนะ ตีหน้าซื่อได้เก่งสมกับที่เป็นคุณจริง ๆ”

“คุณคินพูดเรื่องอะไรคะ น้าไม่เห็นจะเข้าใจเลย”

 “ผมกำลังคิดอยู่น่ะ ว่าคนเรามันต้องสันดานต่ำทรามขนาดไหนกันนะ ถึงกล้าปฏิเสธว่าไม่รู้จัก ‘ลูกในไส้’ ของตัวเองได้เต็มปากขนาดนี

ประโยคนั้นแทงใจดำ หญิงสูงวัยถึงกับหน้าซีดเผือดลง ริมฝีปากเม้มแน่นเข้าหากัน

“คุณคินกำลังพูดเรื่องอะไรคะ น้าไม่เข้าใจ น้าไม่ได้มีลูก น้าตัวคนเดียวตั้งแต่ย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ คุณก็รู้”

“เลิกตอแหลได้แล้ว วันนั้นที่โรงพัก ผมเห็นคุณกับผู้หญิงคนนั้น ผมได้ยินเต็มสองหูว่าเธอเรียกคุณว่าแม่ แล้วคุณก็เอาแต่ดู่กสาวที่สร้างเรื่องเดือดร้อนมาให้ ยังกล้าปฏิเสธอีกไมว่าเธอไม่ใช่ลูกคุณ”

อคิระตะคอกใส่หน้า จนโสภาพรรณผงะถอยหลัง

“มะ ... ไม่จริง คุณหูฝาดไปเอง น้าไม่ได้ไปโรงพัก น้าไม่ได้ไปเจอใครทั้งนั้น อย่ามาใส่ร้ายกันนะ”

เธอยังคงปากแข็ง ไม่ยอมรับความจริง ปฏิเสธคอเป็นเอ็น

“จะยอมรับดี ๆ หรือจะให้ผมเอาคลิปกล้องวงจรปิดที่หน้าโรงพักมาเปิดประจานตรงนี้เลยดีไหม! เอาให้ดูชัด ๆ ไปเลยว่าคุณยืนด่าลูกสาวตัวเองยังไงบ้าง!”

“อย่านะ!”

โสภาพรรณหลุดปากร้องห้ามออกมาเสียงหลง ขาของเธอแทบจะหมดเรี่ยวแรง ความลับที่อุตส่าห์ปิดบังมากลับถูกเปิดเผยอย่างง่ายดา

“ทำไม... ยอมรับความจริงแล้วเหรอ ว่านังฆาตกรนั่นมันเป็นลูกสาวคุณจริง ๆ ถ้าคุณพ่อรู้เรื่องนี้มันจะเป็นยังไงนะ ผู้หญิงที่สร้างภาพว่าเป็นสาวบริสุทธิ์ผุดผ่อง ไร้เดียงสา ไม่มีครอบครัว ไม่มีพันธะ แท้จริงแล้วซุกลูกสาวตัวโตเท่าควายเอาไว้ แถมลูกสาวยังเป็นคนขับรถชนว่าที่ลูกสะใภ้ของตายอีก”

“คุณคิน คุณอย่าพูดบ้า ๆ นะ”

“พ่อคงช็อกน่าดูที่รู้ว่าเมียตัวเองตอแหลมาตลอดหลายปี.พ่อเกลียดคนโกหกที่สุด คุณก็น่าจะรู้ดีนี่คุณโสภาพรรณ...”

อคิระกอดอกมองผู้หญิงตรงหน้าที่กำลังสั่นเป็นเจ้าเข้า มันเป็นภาพที่สะใจเขามาในรอบหลายปีเลยล่ะ

 “ผมว่า ... ผมกลับเข้าไปคุยกับคุณพ่อข้างในดีกว่า พ่อคงอยากจะตาสว่างเต็มแก่แล้วล่ะ”

พูดจบร่างสูงทำท่าจะหมุนตัวกลับเข้าไปในตัวบ้าน โสภาพรรณเบิกตากว้างอีกครั้ง ความกลัวที่จะสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างทำให้เธอพุ่งพรวดเข้าไปคว้าท่อนแขนของอคิระเอาไว้แน่น เล็บจิกลงบนเสื้อแจ็กเกตของเขาจนยับยู่ยี่

“เดี๋ยว!”

อคิระเหลือบสายตามองไปยังมือเหี่ยวย่น ที่กำลังจับแขนเขาเอาไว้ ก่อนจะเห็นแววตาสั่นระริกที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว

“คุณทำแบบนี้... คุณต้องการอะไร”

“ต้องการอะไรน่ะเหรอ... หุ้นบริษัท5% ที่พ่อผมโอนให้คุณ โอนมันกลับมาให้ผมซะ”

ชายหนุ่มเว้นจังหวะ โน้มใบหน้าลงมาใกล้กว่าเดิม

“อะไรนะ! ฉันให้ไม่ได้ หุ้นตั้งห้าเปอร์เซ็นต์ มูลค่ามันมหาศาลขนาดไหนคุณก็รู้  มันมากเกินไปฉันให้ไม่ได้”

“ไม่ได้งั้นเหรอ” อคิระเลิกคิ้วเล็กน้อย “...ถ้างั้นเรื่องที่คุณมีลูกติด ก็คงต้องถึงหูคุณพ่อแล้วละ ปล่อย!”

ชายหนุ่มสะบัดแขนอย่างแรงจนโสภาพรรณเซถลา เขาทำท่าจะเดินหนีไปอีกครั้ง

“อย่านะคุณคิน น้าขอร้องล่ะ”

หญิงสูงวัยกรีดร้องออกมาก่อนจะทิ้งตัวลงคุกเข่ากับศาลาอย่างหมดสภาพ สองมือเอื้อมไปคว้ามือของอคิระมากุมไว้แน่น น้ำตาไหล่อาบแก้มออกมาด้วยความหวาดกลัว

“อย่าบอกคุณพี่เลยนะคะคุณคิน น้าไหว้ล่ะ ถ้าน้าโดนไล่ออกจากบ้าน น้าจะเอาอะไรกิน น้าไม่มีที่ไปแล้วจริง ๆ นะ”

“งั้นก็โอนหุ้นมาสิ!”

“มันโอนไม่ได้จริง ๆ น้าให้หุ้นคุณไม่ได้ คุณก็รู้ว่าน้าทำสัญญาไว้กับพ่อคุณ ในสัญญามันระบุชัดเจนว่าน้าห้ามโอน ห้ามขาย หรือห้ามยกหุ้นจำนวนนี้ให้ใครเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นหุ้นจะถูกยึดคืนเข้ากองกลางทันที ถ้าคุณพี่รู้เรื่องที่น้าโอนหุ้นให้คุณ น้าก็ต้องถูกไล่ออกอยู่ดี! มันไม่ต่างอะไรกับตอนที่คุณพี่รู้เรื่องยายฝันเลย”

อคิระมองผู้หญิงที่กำลังคุกเข่าร้องไห้กอดมือเขาอยู่ด้วยแววตาสมเพชเวทนา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป